เครื่องบินเดินทางมาถึงสนามบินนาริตะโดยสวัสดิภาพ พอมาถึงสนามบิน ออฟก็นำทางไปด่านตรวจคนเข้าเมือง น้องนุกคอยช่วยถือถุงใส่ของตลอดเลย ขอบคุณมากๆค่ะ TwT ก็ไปต่อคิวยาวอยู่เหมือนกัน พอถึงคิวก็เข้าไปตรงช่องตรวจที่ว่างอยู่ ไปถึงก็ยื่นพาสปอร์ตกับวีซ่าให้แล้วก็พูด Onegaishimasu ตามที่อาจารย์สั่งสอนไว้ เผื่อเขาจะกรุณาเราขึ้นบ้าง อิๆ ตรวจๆแป๊บเดียวเขาก็ให้ผ่านไปอย่างสบายๆ
ปรากฎว่าน้องนกกับน้องนุกได้แบบฟอร์มตรวจคนเข้าเมืองแบบเก่ามา เลยต้องกลับเข้าไปกรอกแบบฟอร์มแบบใหม่อีกครั้ง ทีนี้ขาออกมาน้องนุกเผลอลืมถุงที่ช่วยเราถือเอาไว้ เราก็เลยได้ฝึกทักษะภาษาญี่ปุ่นกระท่อนกระแท่นในสถานการณ์จริงเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นด้วยการขอเจ้าหน้าที่กลับเข้าไปเอาของที่ลืมทิ้งไว้ เจ้าหน้าที่ก็เปิดประตูด้านข้างให้เราเข้าไปเอา พอเดินๆไปก็เห็นเจ้าถุงสีม่วงวางอยู่ใต้เคานท์เตอร์หนึ่ง พอเราชี้ๆว่านั่นไง เจ้าหน้าที่ก็บอกว่า 良かったですね。(Yokatta desu ne.) ที่ไม่หาย 555 โชคดีไป แต่จริงๆในนั้นก็มีแค่ขนมแล้วก็ของฝากคนที่นี่เท่านั้นแหละ ^^
หลังกระบวนการนั้นเสร็จสิ้น ก็เอาข้าวของไปผ่านด่านตรวจสิ่งของต้องสำแดง แต่ก็ผ่านไปได้อย่างสบายๆ (ยารักษาโรคทั้งหลายที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงทั้งหลายจึงปลอดภัยไร้กังวล ^_~) จากนั้น ออฟก็พานั่ง Shuttle Bus ไปยังโรงแรม Le Meridien ตามที่นัดกับอาจารย์ไว้ (ค่ารถ Shuttle Bus 3,000 เยน) พอไปถึงออฟก็โทรหาอาจารย์เพื่อให้มารับพวกเรา มีอาจารย์มาสองคน อาจารย์ผู้ชายชื่ออาจารย์ทสึนะ และอาจารย์ผู้หญิงอีกคน (ที่ลืมชื่อซะแล้ว ขออภัยค่ะ ^^;;) อาจารย์ทสึนะเป็นอาจารย์ที่คอยดูแลนักเรียนซึ่งจะไปพักที่หอพักมาโกเมะ ซึ่งเป็นหอพักของเรากับน้องนกนั่นเอง เรากับน้องนกและออฟกับน้องนุกซึ่งพักอยู่ที่หอจิบะเลยแยกย้ายกันไป อาจารย์ทสึนะพาเรากับน้องนกทั่งแท็กซี่ไปยังหอพัก ใช้เวลาราว 15-20 นาทีจากโรงแรมก็ถึง แต่เวลาเพียงเท่านั้นก็ทำเอามิเตอร์แท็กซี่ขึ้นถึง 2,100 เยนซะแล้ว (ค่าแท็กซี่ที่ญี่ปุ่นโหดมากๆค่ะ) หารกันสองคนก็ตกคนละ 1,050 เยน มาถึงญี่ปุ่นไม่ทันไร ก็เสียค่ารถกระฉูดเสียแล้ว
พอมาถึงหอพัก อาจารย์ทสึนะก็พาเราไปที่ห้อง ที่หอนี้มีลิฟต์ การพักอยู่ชั้นสูงๆหน่อยจึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด พอไปถึงห้อง อาจารย์ก็กดกริ่ง ผู้หญิงคนหนึ่งก็ออกมาเปิดประตูให้ แล้วเราก็ได้ประหลาดใจสุดๆในเวลานั้นเองเพราะผู้หญิงคนนั้นก็เป็นคนไทยเหมือนกัน (รู้อยู่หรอกว่าโรงเรียนนี้มีนักเรียนไทยหลายคนอยู่ แต่ไม่นึกว่าจะได้มาเจอคนไทยอยู่ห้องเดียวกันเลยเนี่ยสิ น่าทึ่งจัง) >w<
ผู้หญิงคนนั้นหรือก็คือ ฝ้าย นั่นเอง ตั้งใจจะมาเรียนภาษาญี่ปุ่นที่โรงเรียนเป็นเวลา 1 ปีเพื่อสอบเข้าปริญญาโททางด้านภาษาโดยตรงและอยากจะเป็นอาจารย์ เป็นความฝันที่ดูมีหลักการและเป็นรูปเป็นร่างมากเลย จริงๆเราก็อยากเรียนปริญญาทางภาษาโดยตรงเหมือนกันนะ แต่ดูจะช้าเกินไปสำหรับเราแล้วล่ะ แค่ได้มาเรียนโรงเรียนสอนภาษา 2 ปีก็เป็นความฝันที่ไม่เคยนึกว่าจะเป็นจริงได้แล้วล่ะ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ตรงนี้ให้เต็มที่และพยายามต่อไปในแบบของเราก็แล้วกันเนอะ ^_^
ว่าแต่ว่า พอคุยไปคุยมาก็ได้รู้ว่าฝ้ายก็เป็นคอการ์ตูนเหมือนกับเราเสียด้วย เริ่มเห็นความสนุกสนานรำไรแล้วล่ะ ^o^
++ห้องของเราที่หอ เป็นห้องคู่ แคบกว่าที่คิด รกสนิทเพราะยังจัดของไม่เข้าที่เข้าทาง แต่ปัจจุบันก็ยังรกอยู่ เหอะๆ ที่นอนเป็นเตียง 2 ชั้น เรานอนชั้นบนเนื่องจากเมทคนเกาหลีจับจองด้านล่างไว้อยู่ก่อนแล้ว
++ห้องครัว หอนี้มีกระทะ หม้อ จานชาม ช้อนส้อม เตรียมให้เรียบร้อย แต่ตอนหลังก็ออกไปซื้อเพิ่มเติมมาหน่อย
++ห้องทานข้าว มีทีวีด้วย ดูได้แค่ไม่กี่ช่องเท่านั้น แต่ก็พอมีการ์ตูน ละคร และรายการสนุกๆให้ดูบ้าง
ห้องชุดที่หอพักแห่งนี้ ในส่วนของห้องนอนมีห้องเดี่ยว 1 ห้อง ห้องคู่ 2 ห้อง พักสาวล้วนทั้งหมด 5 คน ห้องครัว ห้องทานข้าว แล้วก็ห้องน้ำใช้ร่วมกัน ค่าเช่าสำหรับห้องคู่คือคนละ 42,000 เยน
หลังจากจัดข้าวจัดของเล็กน้อย อาจารย์ก็โทรมาจากโรงเรียนให้ฝ้ายพาเรากับน้องนกไปรายงานตัวที่โรงเรียนด้วย ก็เลยได้ฝ้ายนำทางไปขึ้นรถไฟใต้ดินเป็นครั้งแรก จากหอไปถึงโรงเรียนจะเสียค่ารถไฟใต้ดินเที่ยวละ 210 เยน (ราวๆ 70 บาทเมืองไทย) เห็นแล้วก็คิดถึงรถไฟฟ้า BTS กับรถไฟใต้ดินของบ้านเราชะมัด นั่งจนสุดสายสูงสุดก็ราว 40 บาทเท่านั้น TwT
หลังจากเข้าไปรายงานตัวที่โรงเรียนเรียบร้อย ฝ้ายก็นำทางเรากับน้องนกไปช็อปปิ้งที่สถานีโทโกฉิ ซึ่งเป็นแหล่งขายของสดและร้านร้อยเยนหลายร้านเลยทีเดียวใกล้หอ ร้านร้อยเยนของที่นี่มีขายแทบทุกอย่างเลยจริงๆ ตั้งแต่เครื่องครัว ถ้วยชาม กาน้ำชา ของใช้ กล่อง ถุง กระเป๋า ร่ม ไม้แขวนเสื้อ ที่หนีบผ้า เครื่องเขียน ฯลฯ อีกมากมาย วันนั้นก็เลยได้ข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นมาพอควรเลยทีเดียว รวมถึงวัตถุดิบทำอาหารบางส่วนมาทำกินประทังชีพช่วงวันแรกๆด้วย
เดินๆกันไปได้ซักพัก ท้องก็เริ่มร้องจ๊อกๆ เลยแวะทานอาหารกันที่ร้านแถวนั้น กินข้าวหน้าหมูราคา 200 กว่าเยนไป ก็อร่อยใช้ได้เลยล่ะ ชอบร้านอาหารที่ญี่ปุ่นอย่างหนึ่งคือ เสิร์ฟน้ำชาหรือน้ำเปล่าฟรีตลอด เติมเท่าไหร่ก็ได้ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่าจะดื่มน้ำแก้วหนึ่งให้พอดีกับอาหารให้ได้เหมือนเมืองไทย แต่แน่นอนว่าราคาอาหารที่ญี่ปุ่นก็สูงกว่าเมืองไทยหลายเท่าตัวล่ะ แต่ถ้าจะเทียบกันแล้ว อาหารญี่ปุ่นก็จาน/ชามใหญ่แบบกินอิ่มจริงๆ ไว้มีโอกาส ถ่ายรูปมาให้ดูดีกว่านิ ^^
จากนั้นก็กลับหอ พักผ่อนๆสบายๆ เมทคนเกาหลีที่นอนห้องคู่ห้องเดียวกับเราอยู่ระหว่างกลับไปเยี่ยมบ้าน ตอนนี้เราเลยยึดห้องเป็นของเราคนเดียวอยู่ หุๆๆ
2006/Apr/06
ครึๆๆๆๆ นี่กะจะอัพรายชม.เลยรึคุณ นั่งอ่านอันเก่ายังไม่ทันจบ ก็มีต่อภาคสองเลยแฮะ คุๆ
(สงสัยได้เซฟรวบยอดไว้อ่านเป็นฟิค"การเดินทาง"ไปเลยนะนี่ ;) )
โอ ห้องนอนแคบกว่าที่คิดนะนี่ จากปริมาณกองโดที่เคยให้ดูทำเอาจิ้นไปใหญ่ว่าห้องหับคงมีอะไรๆอยู่เยอะ
ห้องชุดนี่ให้อารมณ์เหมือนหอเราเลยแฮะ แต่ก็ต่างกันตรงที่...เอ่อ นะ ก็รู้นั่นล่ะ เหอๆ เอาน่า ยุ่นปี่ จะคาดหวังราคาถูกได้เยี่ยงไร
มิ้ววว ดีใจจริงๆนะที่ได้อยู่ร่วมกับฝ้ายคุง เท่าที่ได้ฟังเรื่องราวแล้วก็รู้สึกดีเข้าไปอีกที่ฝ้ายคุงเป็นคนดีมีอนาคตไกล อ๊าก อิจฉาๆ แต่ก็นั่นล่ะ เราก็จะพยายามในแบบของเราเช่นกัน
คุณก็สู้ๆน่อ
เออ พูดเรื่องของกินแล้ว วันไหนคุณว่างๆ ก็อยากให้รีพอร์ทร้านอร่อยด้วยนะ ครุๆ น่าหม่ำชะมัดเท่าที่ฟังเนี่ย เหอๆ
ไปละ ไปนั่งอัพไดฯมั่ง....
ปล.ดีแล้วนะที่เมทยังไม่กลับ ดูจากสภาพของแล้วก็....เอ่อ.....
ปล.2 ดีจริงแท้มีห้องครัวด้วย!! ประหยัดได้แน่ สู้ตาย เพื่อนเกลอ ฮาๆ
ปล.สุดท้าย...
สภาพห้อง+กำแพง เรียบร้อยแล้วก็สะอาดสะอ้านนนนจริงจิ๊งงงง น่าคอสโคดดดด ^v^/ เคี๊ยกๆ
(สงสัยได้เซฟรวบยอดไว้อ่านเป็นฟิค"การเดินทาง"ไปเลยนะนี่ ;) )
โอ ห้องนอนแคบกว่าที่คิดนะนี่ จากปริมาณกองโดที่เคยให้ดูทำเอาจิ้นไปใหญ่ว่าห้องหับคงมีอะไรๆอยู่เยอะ
ห้องชุดนี่ให้อารมณ์เหมือนหอเราเลยแฮะ แต่ก็ต่างกันตรงที่...เอ่อ นะ ก็รู้นั่นล่ะ เหอๆ เอาน่า ยุ่นปี่ จะคาดหวังราคาถูกได้เยี่ยงไร
มิ้ววว ดีใจจริงๆนะที่ได้อยู่ร่วมกับฝ้ายคุง เท่าที่ได้ฟังเรื่องราวแล้วก็รู้สึกดีเข้าไปอีกที่ฝ้ายคุงเป็นคนดีมีอนาคตไกล อ๊าก อิจฉาๆ แต่ก็นั่นล่ะ เราก็จะพยายามในแบบของเราเช่นกัน
คุณก็สู้ๆน่อ
เออ พูดเรื่องของกินแล้ว วันไหนคุณว่างๆ ก็อยากให้รีพอร์ทร้านอร่อยด้วยนะ ครุๆ น่าหม่ำชะมัดเท่าที่ฟังเนี่ย เหอๆ
ไปละ ไปนั่งอัพไดฯมั่ง....
ปล.ดีแล้วนะที่เมทยังไม่กลับ ดูจากสภาพของแล้วก็....เอ่อ.....
ปล.2 ดีจริงแท้มีห้องครัวด้วย!! ประหยัดได้แน่ สู้ตาย เพื่อนเกลอ ฮาๆ
ปล.สุดท้าย...
สภาพห้อง+กำแพง เรียบร้อยแล้วก็สะอาดสะอ้านนนนจริงจิ๊งงงง น่าคอสโคดดดด ^v^/ เคี๊ยกๆ
เอ้อ รูป Head มาจากรูปห้องนี่เอง อุอุ
อ่านจากอันล่าสุด มาอันเก่าๆ รู้สึกแปลกๆ ดีนะครับ
ผมจะติดตามชีวิตคุณเพนน์อย่างกะเรียลลิตี้เลย เอิ้กกก
อ่านจากอันล่าสุด มาอันเก่าๆ รู้สึกแปลกๆ ดีนะครับ
ผมจะติดตามชีวิตคุณเพนน์อย่างกะเรียลลิตี้เลย เอิ้กกก