วันนี้ไปที่โรงเรียนเพื่อเข้าร่วมพิธีเข้ารับการศึกษา ได้เจอพี่จิ๊บซึ่งเป็นนักเรียนที่จบจากโรงเรียนไปก่อนหน้านี้ วันนี้พี่เขามาทำหน้าที่ล่ามให้เด็กนักเรียนไทยทุกคน (ซึ่งถูกจัดให้ไปนั่งเสียหน้าสุด โอ้ว~) อาจารย์ใหญ่ขึ้นมากล่าวสุนทรพจน์และเตือนสติว่าเวลาที่ท้อแท้หรือขี้เกียจ ก็ขอจงอย่าลืมปณิธานตั้งต้นว่าตัวเองมาที่นี่เพื่ออะไร จบจากสุนทรพจน์ อาจารย์โฮริซึ่งเป็นผู้ประสานงานกับตัวแทนในเมืองไทยก็ขึ้นมากล่าวอะไรอีกเล็กน้อย จากนั้นก็เป็นการแนะนำคณาจารย์ซึ่งเป็นผู้หญิงซะ 70-80% ได้ ดูแต่ละท่านก็มีความตั้งใจจะสอนสั่งเต็มที่เลยล่ะ มีอาจารย์ผู้ชายท่านหนึ่งออกตัวไว้ก่อนเลยว่าตัวเองดุและเข้มงวดด้วยล่ะ เอิ๊กๆ ^^;;
จบจากพิธีเข้ารับการศึกษา ก็ถึงเวลาที่รอคอย(เหรอ?) นั่นก็คือเวลาสอบแยกระดับชั้นนั่นเอง ข้อสอบมีทั้งหมด 4 หน้า มีตั้งแต่ระดับเบื้องต้นไปจนถึงชั้นสูง มีตั้งแต่เติมคำช่วย ให้คำอ่านเป็นฮิรางานะมาแล้วให้เขียนคันจิ ให้คันจิมาแล้วให้เขียนคำอ่าน สุดท้ายก็มีบทความให้อ่านเรื่องหนึ่งเกี่ยวกับคนวัย 50 ปีที่ไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า จงใช้ชีวิตในวัยหนุ่มสาวให้คุ้มค่า แล้วก็เล่าเหตุผลว่าเหตุใดเขาจึงคิดเช่นนั้น
อนาจใจตรงที่ตัวคันจิง่ายๆอย่าง 飛行機 (Hikouki: เครื่องบิน) ดันนึกไม่ออกขึ้นมาเสียอย่างนั้นนี่แหละ จริงๆเราก็ยังอ่อนชั้นทั้งการอ่านและการเขียนคันจิเลยล่ะ แต่การเขียนยังแย่กว่าหลายขุม บางตัวอ่านออกแต่พอให้เขียนมันนึกไม่ออก T^T
สอบข้อเขียนเสร็จอย่างกลุ้มเล็กๆ โดยรวมคิดว่าพอทำได้ไม่ต่ำกว่า 60% แต่ก็ไม่มั่นใจอยู่ดี จากนั้นก็ได้รับใบเรียกให้ไปสอบสัมภาษณ์อีกชั้นหนึ่ง ตอนสัมภาษณ์นี่ส่วนใหญ่ก็ฟังคำถามอาจารย์รู้เรื่องนะ (มีบ้างบางคำถามที่ต้องขอให้อาจารย์พูดซ้ำหรืออธิบายความหมาย) แต่ทักษะการพูดเราช่างไม่เอาไหนเสียจริงๆ ให้นึกว่าจะพูดอะไรเดี๋ยวนั้นก็นึกไม่ออกเลยตอบไปได้แต่ประโยครูปง่ายๆ
เราจะโดนจัดชั้นไปอยู่ช่วงบ่าย (ชั้นต้น-ชั้นกลางตอนต้น) มั้ยหนอ? T^T
ตอนเย็นแวะกินบะหมี่นางาซากิที่ร้าน Ringer Hut แถวโรงเรียน อร่อยมากๆเลย ประทับใจจัง >w< เสียดายลืมถ่ายรูป スモールちゃんぽん (Small Champon) ที่ตัวเองสั่งมาให้ดู แต่วันต่อมาได้ไปแถวนั้นอีกรอบ เลยถ่ายรูปร้านเอาไว้ล่ะ
++ร้าน Ringer Hut อยู่แถวสถานีรถไฟ JR ทามาจิ หรือสถานีรถไฟใต้ดิน มิตะ
ขากลับหอ แวะโทโกฉิอีกรอบ ซื้อตู้พลาสติก 3 ชั้นมาเพิ่มแล้วด้วยความที่ของล้นตู้ =w=;; 
++ตอนแรกมีเฉพาะตู้ด้านล่าง เจ้าข้างบนคือตู้ที่ซื้อเพิ่ม ตอนออกจากหอนี้ท่าทางต้องเอาเจ้าตู้ที่ซื้อมาไปขายร้านรีไซเคิล ถึงจะเป็นของใช้แล้วแต่สภาพยังใหม่จนน่าทึ่งทีเดียว คนญี่ปุ่นรักษาของดีจังแฮะ
วันนี้ไปซื้อข้าวสารมา 5 กิโลด้วย ก็มันประหยัดกว่าเห็นๆนี่ 2 กิโล 1,080 เยน 5 กิโล 1,880 เยนอ่ะ ดูจิๆ แล้วก็ไปซื้อวัตถุดิบมาอีกหลายอย่างพอควร ซื้อน้ำมันพืช ขนมปัง (ที่จะตัดแบ่งหนากว่าเมืองไทยล่ะ กินแบบสไลซ์ 6 แผ่นเข้าไปแผ่นหนึ่งนี่อิ่มตื้อเลย ^^;;) ไข่ 6 ฟอง หมูกับเบคอนมาอย่างละแพ็ค อ้าว ซื้อตั้งมากมาย แบกกลับยังไง? พอดีเพื่อนๆไปด้วยกัน เขาเลยช่วยแบก =[]=;; ง่าเกรงใจชะมัด ขอบคุณมาก แต่ตอนแรกเราตั้งใจจะแบกเองหมดจริงๆนะ เราขี้เกียจเสียค่ารถไปโทโกฉิอีกรอบแล้วนี่นา ตั๋วเดือนยังไม่ได้ทำเลย
ที่ผ่านมาทำบัญชีค่าใช้จ่ายไว้ละเอียดยิบเลย ด้วยความที่ซื้อของชิ้นใหญ่ๆเยอะตามประสาเพิ่งมาอยู่ใหม่ ตัวเลขมันดูน่ากลัวจริงๆเลย เฮ้อเดี๋ยวคงเริ่มประหยัดได้บ้างแล้วล่ะเพราะของบางอย่างจะยังใช้ได้อีกนานพอควร อย่างข้าว โชหยุ น้ำมันพืช เนี่ย
ป.ล. ตอนนี้ทิชชู่เต็มเก๊ะจนไม่เดินรี่เข้าไปรับเหมือนที่ผ่านมาแล้วล่ะ แต่ถ้าแจกใกล้ๆพอดีก็ยังรับนะ (ตามประสางก XD;;;)
edit @ 2006/04/08 19:00:49
(ช่วยส่งกระแสจิตให้ผ่านได้เรียนช่วงเช้าด้วย จะได้ส่งคุณไปอีเวนท์ได้ กี๊ซๆ)
)