วันนี้ไปเที่ยวโอไดบะกับเพื่อนๆคนไทยที่โรงเรียน โดยมีอาจารย์โรงเรียนมัธยมปลายชาวญี่ปุ่นที่น้องนกรู้จักเป็นผู้นำทาง
นัดเจอกันที่โรงเรียน จริงๆตอนแรกอาจารย์จะพานั่งรถไฟสายยูริคาโมเมะไป แต่ปรากฏว่ารถไฟที่วิ่งสายนั้นเครื่องยนต์เกิดขัดข้องขึ้นมา ก็เลยนั่งรถไฟ JR ไปที่โอซากิเพื่อนั่งรถไฟสายรินไคไปที่สถานี Tokyo Teleport แทน ไอ้เจ้าสายรินไคนี่แพงชะมัด แค่ 4 สถานีก็ 320 เยนแล้ว =[]=;;
โผล่ออกมานอกสถานีก็เจอะเจ้าชิงช้าสวรรค์นี่ 

ที่โอไดบะจะมีรถเมล์วิ่งรอบๆไปจอดตามสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆในบริเวณโอไดบะ แต่เนื่องจากต้องรออีกพอสมควร รถถึงจะมา เลยตัดสินใจเดินไปกัน
ที่แรกที่ไปแวะก็คือ 未来官 (Miraikan: โลกอนาคต)

ตอนแรกก็แวะไปฟังบรรยายเกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาหุ่นยนต์ ซึ่งที่ไปฟังเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาตากับหูของหุ่นยนต์ ในจอตาของหุ่นยนต์ จะแยกวัตถุคนละอย่างกันที่มองเห็นเป็นสีต่างกัน แล้วก็สามารถแยกเสียงที่ได้ยินออกจากกันได้ด้วย (เช่น เสียงผู้ชาย เสียงผู้หญิง และเสียงเพลง) จะได้ยินแยกจากกันอย่างชัดเจน ฟังไปก็ง่วงๆไปด้วย เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องง่ะ ยาก >_<;; แต่ก็น่าสนใจดี ^^
จบจากฟังบรรยายก็ไปเดินเล่นดูรอบๆ ก็ไปเจอเจ้าตัวนี้ด้วย น่าร้ากกก >w<
เป็นหุ่นยนต์แมวน้ำชื่อ พาโร เห็นว่าเอาไว้ช่วยบำบัดผู้ป่วยอัลไซเมอร์หรือไงเนี่ยล่ะ พอเรียกชื่อมันก็จะหันมา พอจับก็ร้องน่าร้ากกกเชียว มีหลับตาปี๋ด้วย น่ารักมากกกก XD
จากนั้นก็ไปดูการแสดงหุ่นยนต์สุนัขบนเวที เจ้าหมาน่อยมันเดินไปเตะลูกบอลสีชมพูที่โฆษกโยนไปได้ด้วยล่ะเจ๋งๆ >w<
บอกว่าเป็นโลกอนาคต นึกว่าจะมีแต่อะไรล้ำยุคทันสมัยเสียอีก แต่ก็มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับธรรมชาติจนประหลาดใจเลย นั่นก็คือการเอาหลักธรรมชาติมาใช้ในการสร้างบ้าน เช่น จะให้บ้านแลดูสว่าง อากาศเย็นสบาย ไม่อบอ้าว ควรจะใช้วัสดุหรือออกแบบบ้านมาในลักษณะไหน ชอบจัง >w<
เสร็จจาก Miraikan ก็ไปที่ Venus
มาดูรูปถ่ายกันมั่ง
น้ำพุ
การตกแต่งภายใน Venus Fort
ชอบบรรยากาศข้างในมากๆ สวยจริงๆ >w< มีคาสิโนเสียด้วย เป็นห้างอย่างหรูเลยล่ะ
ตอนไปแวะดูเกมเซ็นเตอร์ที่ Venus Fort ฝ้ายชวนเล่นเกมตีกลองตามจังหวะเพลง ได้ลองแล้วติดใจ สนุกจัง อยากเล่นอีกกก ติดแน่เลยเรา และถ้าติดเล่นเกมก็เท่ากับว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มมม TwT
เสร็จจาก Venus Fort ก็ไปแถว 
ที่นี่จะเป็นจุดชมวิว 
ในนี้มีร้านน่ารักๆด้วย ชื่อร้าน Captain Santa Candy แต่เฉยๆกับขนม+ราคาใช่ย่อย เลยไม่ได้ซื้ออะไรจากลุงซานต้าเลย เหอๆ
ขากลับได้เจอเขากำลังเล่นละครลิงพอดี ลิงอาไร้ฉลาดเป็นบ้า เก่งอีกต่างหาก เดินบนไม้ค้ำได้ เล่นสเก็ตได้ กระโดดข้ามไม้ที่ต่อกันสูงๆได้ บอกให้ทำอะไรก็ทำได้หมด แถมบอกให้กระโดดกอดเจ้าของก็กอด พอเจ้าของสั่งให้กอดซ้ำไปซ้ำมาก็มีการทำท่ากระโดดเตะอีก สนุกดี XD 

มันกระโดดข้ามได้จริงๆนะนั่นน่ะ XD
สุดท้ายเลยเรี่ยไรให้ไป 100 เยน คนมันจน ต้องเข้าใจนะคะ ^^;;
ขอบคุณอาจารย์มากๆเลยนะคะที่นำเที่ยววันนี้ สนุกมากเลย ^_^
วันนี้เสียค่าใช้จ่ายไปประมาณ 2,800 เยน (ทั้งที่ไม่ได้ซื้ออะไรเลย นอกจากกินข้าวกลางวันไป 800 เยนและเล่นเกมตู้ไป 300 เยน ^^;;)
=+=+=
ตกกลางคืนทีไรก็คิดถึงบ้านทุกที โดยเฉพาะเวลาเข้านอน ความรู้สึกคิดถึงบ้านของเรามันมีความเกี่ยวเนื่องอะไรกับช่วงเวลานี้หรือไงกันนะ? อาจจะเพราะเป็นเวลาที่สบายๆและได้ปล่อยความคิดให้โลดแล่นอยู่คนเดียวมากที่สุดแล้วมั้ง
อยู่ญี่ปุ่นมาได้ 16 วันแล้ว ใช่ว่าชีวิตที่นี่จะไม่สนุก การเรียนจะไม่สนุก เที่ยวพักผ่อนไม่สนุกหรอกนะ แต่ทำยังไงก็อดคิดถึงบ้านไม่ได้ทุกที เรามันอ่อนแอเกินไปสินะ T^T
หมดไปอีกหนึ่งวัน แกล้งเปลี่ยนเป็นนับวันอยู่ในญี่ปุ่นเป็นนับถอยหลังวันที่จะได้กลับเมืองไทยแทนดีมั้ยเนี่ย? 555 บ้าจริงๆ
=+=+=
Why are my feelings never truly fulfilled?
Why do I always feel like something is missing?
Where is there always a hole in my chest?
An eternal hole that can be fulfilled by nothing
Or even if its temporarily hidden,
Itll make its return for certain.
And when I ask my self,
What am I seeking?
What do I want?
Odd enough, the answers just escape me.
And the hole in my chest
Just keeps spreading
=+=+=
ตอนกลางคืนฝ้ายเอา Tsubasa Reservoir Chronicles มาให้ยืมตั้งแต่เล่ม 5 (ช่วงที่เราอ่านค้างเอาไว้) ฝ้ายเปิดๆให้ดูแล้วก็เริ่มคล้อยตามฝ้ายไปแล้ว ไฟย์น่าร้ากกกกจัง >w<
)
อาการตอนนี้เลวร้ายพอๆกะคุณโฮมซิคเลยมั้ง - -)