วันนี้ไปเปิดบัญชีธนาคารมาแล้ว ธนาคารที่นี่เขามีให้เลือกสมุดบัญชีแบบธรรมดากับสมุดบัญชีแบบดิสนีย์ด้วยล่ะ แน่นอนว่าเราต้องเลือกลายดิสนีย์(ตามคำยุของฝ้าย) ฮี่ๆๆ น่ารักมั้ย?
แต่ไปธนาคารก็ได้สำนึกถึงความโง่ของตัวเองอีกรอบ ฟังเจ้าหน้าที่พูดไม่ค่อยรู้เรื่อง ต้องให้ฝ้ายเป็นล่ามเสียส่วนใหญ่ แหะๆ เขาก็หันหน้าไปคุยกับฝ้ายอย่างชัดเจนเพราะรู้ว่าตรูม่ายรู้เรื่อง XD;;; จนตอนหลังพวกขอให้ประทับอินคัง บอกว่าจะส่งบัตรเงินสดให้ทางไปรษณีย์โดยจะใช้เวลาหนึ่งอาทิตย์ ให้สมุดบัญชีที่เราพอจะรู้เรื่อง เขาค่อยหันมาทางเรามั่ง แหะๆๆ
=+=+=
วันนี้ได้เรียนวิชาพากย์อนิเมที่รักอีกแล้ว แต่แอบเฟลยังไงไม่รู้ ตอนแรกคาดหวังว่าเราจะได้เจอโอตาคุไฟแรงทั้งหลาย ได้ประชันการพากย์กันอย่างสนุกสนาน แต่ปรากฏว่าไม่ค่อยมีใครใส่อารมณ์เวลาถูกเรียกให้พากย์เท่าไหร่เลยอะ แล้วเรากับฝ้ายที่พยายามทำเสียงให้เข้ากับคาแรคเตอร์ของตัวละครและใส่อารมณ์กันเต็มที่จะโดนมองว่าเว่อร์ไปมั้ยเนี่ย? อาจารย์ก็ดูไม่ได้เป็นคออนิเมเท่าไหร่เลยง้า~ ผิดหวังพอประมาณ =w=;; แต่เอาเถอะ นี่คือวิชาที่เราอยากเรียนเพราะอยากสนุกกับมันนี่นะ ใครจะมองว่าเว่อร์ก็ไม่สนแล้วก๊า อยากเล่นๆๆ ท่านฮาคุๆๆ ลองพากย์เป็นท่านฮาคุที เขินสุดบรรยาย มิบังอาจฮ่า~ แต่ก็พยายามทำเสียงเท่เต็มที่ ก๊ากกก XD;;;
=+=+=
ขี้เกียจกลับบ้านเพราะต้องไปทำงานพิเศษต่อตอนเย็นเลยแวะไปนั่งห้องสมุดมิตะ ก็เลยกินข้าวที่โรงอาหารของห้องสมุดซะเลย เบอร์เกอร์เซ็ตหน้าตาแบบด้านล่างนี่ล่ะ
อร่อยดี อะฮื้อ~
ในห้องสมุดจะมีส่วนหนึ่งที่จัดไว้เป็นที่นั่งให้นักเรียนประถมจนถึงม.ปลายมานั่งทบทวนหนังสือได้ แต่ตอนบ่ายๆนักเรียนยังไม่ค่อยมีมากัน เรากับฝ้ายก็เลยไปนั่งบริเวณนั้น
เหมือนอย่างเช่นเคย สำหรับเราแล้ว ห้องสมุดมีมนต์ขลังยิ่งนัก
หลับอะดิคะ =_=;;
พยายามขืนตาให้ตื่นๆ อ่านหนังสือๆ ก็ได้อ่านหรอกนะ แต่ไม่ค่อยเข้าหัว ฮ่ะๆๆ ชอบบรรยากาศแบบที่บ้านมากกว่า
=+=+=
อย่างที่บอกไว้ในไดอารี่ของวันจันทร์ วันนี้ได้เริ่มงานพิเศษเป็นเด็กรับออร์เดอร์+เสิร์ฟที่ร้านอาหารไทย(แต่เจ้าของเป็นคนญี่ปุ่น)ซึ่งตั้งอยู่ที่ฮาราจุกุเป็นครั้งแรก
แน่นอน คงไม่มีใครคิดว่าเราจะทำงานพิเศษวันนี้ได้อย่างราบรื่นตลอดศกหรอกจริงมั้ย?
ช่วยคิดหน่อยสิว่าเราก็ทำอะไรไม่พลาดเป็นกับเขาเหมือนกันน่ะ=w=;;
เอาเถอะ มันก็ไม่ได้ราบรื่นจริงๆแหละ แหะๆ
店長 (Tenjou: เจ้าของร้าน) บอกให้เข้างาน 5 โมง 15 นาที แต่ถ้าจะทานข้าวที่ร้านด้วยก็ต้องไปก่อนเวลาเล็กน้อย แน่ล่ะ มีหรือเราจะพลาด ข้าวฟรีหนึ่งมือที่จะทำให้เราประหยัดไปได้อย่างน้อย 200-300 เยนเนี่ย? XD แต่ก็แอบหวั่นนิดๆ เพราะจะว่าไปแล้ว อาหารไทยแท้จริงๆเนี่ย เรากินได้แค่ไม่กี่อย่างเองล่ะ =w=;;
ไปถึงร้าน 5 โมงเย็น แล้วก็เป็นดังคาด แกงเขียวหวานไก่กับซุปหน่อไม้ จะบอกว่ากินไม่เป็นง้า~ >o< แต่อาหารที่พี่เขาทำก็ไม่ได้เผ็ดมาก ก็เลยลองตักๆแกงเขียวหวานไก่มากินนิดหน่อยน่ะ ก็กินได้น่ะนะ สงสัยว่ามีหวังจะเริ่มกินอาหารไทยๆแบบนี้เป็นก็เมื่อมาทำงานพิเศษที่ร้านนี้นี่แล ^^;;
กินข้าวเสร็จก็เริ่มจัดข้าวของเตรียมเปิดร้าน ต้องพึ่งพาน้องเอ๋ให้เป็นพี่เลี้ยงคอยสอนนั่นสอนนี่ให้ตลอดเวลา ก่อนเปิดร้านก็ต้องทำความสะอาดห้องน้ำ และเซ็ตโต๊ะ (ซึ่งบนโต๊ะจะต้องมีจาน ผ้าเช็ดมือ ถ้วยใส่ตะเกียบ ไม้จิ้มฟัน และกระบอกใส่กระดาษเช็ดปาก)
แล้วก็ยังต้องให้น้องเอ๋สอนทุกอย่างตั้งแต่คำพูดที่กล่าวต้อนรับลูกค้า คำพูดที่ใช้เวลารับออร์เดอร์ เสิร์ฟอาหาร ขอเก็บจาน ถามว่ารับขนมเพิ่มมั้ย รับเครื่องดื่มเพิ่มมั้ยตอน Last Order ตอนเอ่ยคำอำลาลูกค้า จิปาถะมากมาย
เช่น
いらっしゃいませ~
Irasshaimase~
อิรัชชัยมาเส~
หมายความว่า ยินดีต้อนรับค่ะ นั่นเอง
- พูดเวลาลูกค้าเข้าร้าน พยางค์ท้ายต้องเสียงสูงๆ ลากยาวๆด้วยนะ
かしこまりました。少々お待ちください。(หรือ ごゆっくりお願いします。)
Kashigomarimashita. Shoushou omachikudasai. (หรือ Goyukkuri onegaishimasu.)
คะชิโกะมะริมะชิตะ โชโชโอะมัตจิคุดาไซ (หรือ โกะยุคคุหริ โอะเนะงัยชิมัส)
หมายความว่า ทราบแล้วค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ (กรุณาทำตัวตามสบายนะคะ)
- พูดเวลารับออร์เดอร์ลูกค้าเสร็จ
メニューをいただいてもよろしいでしょうか。
Menu wo itadaitemo yoroshii deshou ka.
เมะนู โอ๊ะ อิตะไดเต๊ะโหมะ โยะโระชี่เดโช่วกะ
หมายความว่า ขอเก็บเมนูได้มั้ยคะ?
- พูดเวลาลูกค้าสั่งออร์เดอร์เสร็จแล้ว
失礼します。
Shitsureishimasu.
ฉิทซึเรชิมัส
หมายความว่า ขออภัยด้วยค่ะ (ขอเสียมารยาทด้วยค่ะ)
- พูดเวลายกอาหารไปเสิร์ฟให้ลูกค้า
さけてもよろしいでしょうか。
Saketemo yoroshiideshouka.
สะเระเต๊ะโหมะ โยะโระชี่เดะโช่วกะ
หมายความว่า ขอเก็บจานได้มั้ยคะ?
- พูดเวลาจะขอเก็บจานเปล่าหรือขวดเบียร์เปล่าที่โต๊ะลูกค้า
どうもありがとうございます。
Doumo arigatou gozaimasu.
โด้โหมะ อะริงะโต โกะไซมัส
หมายความว่า ขอบคุณมากค่ะ
- คงรู้กันอยู่แล้วว่าพูดตอนลูกค้าเดินไปเช็คบิล ^^
เชื่อมั้ย ทั้งที่ได้เรียนรู้คำพูดพวกนี้และพยายามจำแม่นขึ้นใจแล้ว แต่เวลาพูดจริงๆ ก็ตะกุกตะกัก ลิ้นพันกันเสียอย่างนั้น ถึงเวลาจริงแล้วมันตื่นเต้นน่ะ จะว่าตื่นเต้นขนาดลนเลยมั้ย พอชั่วโมงหลังๆ ก็จะลดความตื่นเต้นไปเยอะแล้วนะ แต่ความเกร็งมันคงเหลืออยู่มั้ง เลยพูดลิ้นพันกันเป็นพักๆเหมือนเดิม แหะๆ
เด็กเสิร์ฟต้องจำเลขโต๊ะเอาไว้ เพราะเวลาลูกค้าเข้าร้านจะต้องหยิบ 伝票 (Denpyou: ใบจดรายการอาหาร) มาเขียนว่าลูกค้ากี่คน โต๊ะหมายเลขอะไร ซึ่งบางโต๊ะจะต้องกำกับด้วยว่า 奥 (Oku: ด้านใน) หรือ 前 (Mae: ด้านนอก) เพราะบางครั้งลูกค้ามาสองคน ก็จะแชร์โต๊ะ 4 คนนั่งกันสองคู่
เรากับฝ้ายทำหน้าที่รับออร์เดอร์กับเป็นเด็กเสิร์ฟ ส่วนน้องเอ๋ก็จะคอยยืนหน้าเคาน์เตอร์บอกพี่พ่อครัวด้านในว่ามีอาหารอะไรบ้าง มันจะมีรูปแบบคำพูดที่เอาไว้บอกพี่พ่อครัวโดยเฉพาะ เลยจะเป็นตำแหน่งของคนที่เชี่ยวชาญชำนาญการในการทำงานที่นี่แล้วน่ะนะ ส่วนใหญ่เรากับฝ้ายจะพยายามเป็นคนออกไปรับออร์เดอร์และเสิร์ฟอาหารเพื่อแบ่งเบางานของน้องเขาน่ะ แต่น้องเขาก็จะออกไปเสิร์ฟเองบ้างเหมือนกันเวลาแขกเยอะๆ นอกจากนั้นพวกเราก็ต้องคอยเตรียมตักข้าว จาน ชาม ช้อนส้อม เตา(เวลาเสิร์ฟแกงหรือต้มยำ) พวกเครื่องดื่ม ที่ต้องทำก็มีหยิบขวดเบียร์ออกมาจากตู้เย็น เปิดฝาขวดเบียร์ รินเบียร์สด บอกให้เพื่อนข้างใน(ที่ทำหน้าที่ล้างจานและทำเครื่องดื่ม)ทำเครื่องดื่มออกมาให้ พอลูกค้าออกจากร้านก็ต้องรีบไปเก็บจานและเซ็ตโต๊ะใหม่ให้เรียบร้อย
ได้เรียนรู้วิธีถือถาดว่าควรจะใช้แขนรองแล้วใช้มือเอื้อมไปจับถึงอีกฝั่งของถาดและเอาถาดไว้ใกล้ๆตัว จะได้รองรับน้ำหนักได้ แต่บางทีเวลาเสิร์ฟอาหารเนี่ย หยิบจานนึงไปวางบนโต๊ะ ถาดก็เริ่มเอียงนิดๆอ่ะ เราก็เกร็งแขนแทบตายแน่ะ บางทีเป็นถ้วยแกงหรือต้มยำที่น้ำสูงเกือบถึงขอบ ก็เสิร์ฟแบบมือสั่นๆด้วยความที่กลัวมันหกอ่ะ ยังดีไม่ทำหกนะ แต่มีกรณีถ้วยน้ำจิ้มเปาะเปี๊ยะสดกับน้ำชาเอียงนิดๆเลยหกใส่ถาดเล็กน้อย แหะๆ ยังไม่มีเรื่องซุ่มซ่ามในแง่การทำอาหารหกนะ (เน้นว่า ยัง ^^) เพื่อความปลอดภัย เวลาอาหารเยอะๆ ในกรณีเป็นโต๊ะกลมที่มีที่ว่างระหว่างลูกค้า เราจะวางขอบถาดไว้กับริมๆโต๊ะแล้วค่อยเสิร์ฟน่ะ ไม่หกแน่นอน ไม่รู้จะเสียมารยาทรึเปล่า
เทนโจวก็คอยบอกว่า ค่อยๆทำ ใจเย็นๆ ใจร้อนแล้วเสียเรื่องเปล่าๆนะ แกก็คอยเข้ามาสอนมาแนะอะไรตลอดเวลาแหละ ด้วยความที่แกพูดภาษาไทยได้ เลยสอนสั่งเป็นญี่ปุ่นปนภาษาไทย บางทีไม่รู้จะรับคำว่า Hai หรือ ค่ะ ดีเหมือนกัน เหอๆ แล้วแกก็จะชอบให้พูด Haiiii~ เสียงดังๆเวลาขานรับคำเรียกของลูกค้าด้วย แล้วแกก็จะสอนว่าเวลายืนหน้าเคานท์เตอร์ ให้หันหน้าไปทางลูกค้าตลอด เพื่อจะได้สังเกตเห็นว่าลูกค้าเรียกรึเปล่า
ปัญหาใหญ่สำหรับคนที่เพิ่งมาทำงานครั้งแรกอย่างเราก็คือการจำชื่อเมนูอาหารที่เป็นภาษาญี่ปุ่นเสียส่วนใหญ่ >_<;; เวลายกอาหารไปเสิร์ฟลูกค้าทีก็ต้องคอยถามน้องเอ๋ทุกครั้งไปว่าเจ้านี่มันชื่ออะไรเนี่ย ^^;; แต่พอเริ่มเสิร์ฟอาหารจานเดิมๆหลายครั้งเข้าก็เริ่มจำชื่อบางจานที่จำไม่ยากมากได้ เช่น
黒豚にんにく鉄板焼き
Kurobuta ninniku teppanyaki
หมูทอดกระเทียมพริกไทย
鳥肉のグリーンカレー
Toriniku no guriinkaree
แกงเขียวหวานไก่
焼きビーフン
Yakibiifun
ผัดไท
黒豚しょうが炒め
Kurobuta shouga itame
หมูผัดขิง
生春巻き
Nama harumaki
เปาะเปี๊ยะสด
空心菜にんにく炒め
Kuushinsai ninniku itame
ผักบุ้งไฟแดง
ปวดหัวกับชื่อจริงๆนะ เวลายกไปเสิร์ฟ ต้องคอยบอกลูกค้าว่าเจ้าจานนี้ชื่ออะไร เพราะลูกค้าบางคนอาจจะยังไม่เคยเห็นหน้าตาอาหารที่สั่ง ปัญหาอยู่ที่ว่าบางทียกไปเสิร์ฟแล้วเกิดสับสนลืมซะงั้น บางทีก็มั่วพูดเสียงใกล้เคียงๆกันไปเท่าที่ระลึกชาติได้ เขาก็จะฟังเป็นอาหารที่เขาสั่งไปเอง แหะๆ (มั่วล่ะก๊า~)
ที่ร้านจะปิดรับ Last Order ตอนสี่ทุ่ม ปิดร้านจริงๆ 5 ทุ่ม (แต่เห็นว่าบางครั้งลูกค้านั่งเกินเวลาก็มี) พอลูกค้าคนสุดท้ายเดินออกจากร้าน ก็ต้องรีบทำความสะอาด เก็บโต๊ะให้เรียบร้อย เช็ดช้อนส้อม นับขวดเบียร์ เอาเบียร์ไปเติม เอากระดาษเช็ดปากไปเติม เช็ดเมนู ล้างห้องน้ำ ดูดฝุ่น ฯลฯ แต่ก็ช่วยกันทำสามคนน่ะนะ
และแล้วเราก็ปล่อยไก่ไปสามสี่ครั้ง อย่างยกไปเสิร์ฟผิดโต๊ะมั่ง ฟังลูกค้าขอเปลี่ยนอาหารที่สั่ง (จากใช้เส้นเล็กเป็นเส้นอุด้งหรือไงเนี่ยแหละ ^^) ไม่รู้เรื่องมั่ง บอกชื่ออาหารลูกค้าผิดมั่ง โอ้ น่าอับอายยิ่งนัก >_< รู้สึกเฟลที่ตัวเองให้บริการได้ไม่ดีเท่าที่ควร แต่ก็ยังปลอบใจตัวเองว่ายังไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงอะไรนะ วันนี้ ยังไงจะพยายามต่อไปค่า ยังไงวันนี้ก็ผ่านไปได้ล่ะนะ >w< //
อย่างน้อยๆ เทนโจวก็เรียกเรากับฝ้ายให้ไปทำงานวันศุกร์อีกที แล้วก็บอกว่ากำลังจัดตารางงานให้อยู่ รออีกหน่อยนะ อิๆ แสดงว่าเราก็ไม่ได้ทำงานแย่จนเกินไปนะ
ชอบร้านนี้ตรงที่มีข้าวเย็นก่อนเริ่มงานและข้าวมื้อดึกหลังเลิกงานเลี้ยงด้วยนี่แหละ ประหยัดไปได้เหมือนกันนะ อิๆ แต่กินข้าวสี่มื้อต่อวันเห็นจะหนักไปกระมัง เลยวางแผนกับฝ้ายว่าคราวหน้าจะเอาทัปเปิลแวร์ไปใส่อาหารกลับบ้านไว้กินวันรุ่งขึ้นจะดีกว่า อิๆ เพราะพอเก็บกวาดร้านเรียบร้อยแล้วก็ห้าทุ่มครึ่งแล้ว ต้องรีบๆกินแล้วรีบวิ่งไปขึ้นรถไฟเที่ยวสุดท้ายด้วยนี่แหละ ถ้าตกรถเที่ยวสุดท้ายตอนเที่ยงคืนครึ่งนี่ซวยเลยนะ เอาข้าวกลับบ้าน จะได้กลับบ้านแบบสบายใจๆหน่อย ไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป ^^;;
ตอนทำงานก็สนุกดี แต่ตอนกลับบ้านก็เริ่มรู้สึกว่าเหนื่อยไม่ใช่เล่นเลยนะ ปวดขานิดๆ แต่ก็ยังสบายๆ คาดว่าเราคงจะชินกับการเดินไปสถานีรถไฟแล้วก็จากสถานีรถไฟไปโรงเรียนทุกวันๆแล้วล่ะนะนี่ วันแรกๆยังปวดขาๆอยู่เหมือนกัน ตอนนี้เริ่มดีขึ้น แต่เราก็ยังวิ่งไม่เก่งเหมือนเดิม ถ้าให้วิ่งนานๆนี่จุกได้เลย ไม่ค่อยได้ออกกำลังก็แบบนี้สินะ ^^;;
หมดไปอีกหนึ่งวันที่เหมือนแทบไม่ได้ทำอะไรของตัวเองเลย T_T กลับมาถึงบ้านเที่ยงคืนครึ่ง รีบไปอาบน้ำ จากนั้นยังแร่ดเช็คเมล์ต่ออีก แหะๆ เรียนตอนเช้าเตรียมง่วงได้เลย zzzzz
edit @ 2006/04/29 17:53:57
เป็นกำลังใจให้ค่ะ