ตกเย็นก็ไปทำงานพิเศษอีกเช่นเคย วันนี้เท็นโจวให้ไปถึงร้าน 6 โมงเย็น ก็ไปถึงก่อนนิดหน่อยเพราะงกจะกินข้าวเย็น อิๆ
ทำงานพิเศษวันนี้ก็พอจะรู้งานมากขึ้น ชื่ออาหารกับเครื่องดื่มพอจะจำได้มากขึ้น ถูกติติงน้อยลง แต่ก็ยังมีโดนบ้างล่ะนะ ยังต้องควานหารายการอาหารในเมนูบ้างเวลาลูกค้าสั่ง เมาควันบุหรี่ใช้ได้เลยวันนี้ ต้องไปยืนหลบแถวเคานท์เตอร์เพื่อสูดหายใจลึกๆเอาอากาศปลอดควันเข้าปอดเสียหน่อย แต่ก็หลบไม่ค่อยพ้น นึกว่ามาถึงญี่ปุ่นจะพอชินกับมันแล้วแต่ก็ยังไม่ค่อยไหวแฮะ จริงๆเรื่องกลิ่นพอทนได้บ้างนะ แต่มันกังวลที่งานวิจัยออกมาว่าคนสูดควันบุหรี่มีความเสี่ยงเป็นมะเร็งสูงว่าคนสูบเองถึง 400 เท่าเนี่ยแหละ ยังไม่อยากตายเพราะการไม่รักสุขภาพของคนอื่นหรอกนะ =_=;;
วันนี้ถูกลูกค้า (เป็นคุณลุงกับคุณป้าที่น่าจะอยู่วัยราวๆ 50 ปี) ถามเรื่องส้มตำอะ ว่ามะละกอนี่กินได้หมดรึเปล่า แล้วเจ้าส้มตำมันมาจากส่วนไหน เปลือกรึเปล่า? ง่ะๆๆ แบ๊ะๆๆ ใจจริงอยากอธิบายว่า เอามะละกอดิบมาปอกเปลือกออก แล้วก็ขูดเนื้อผลไม้ออกมาเป็นเส้นๆ ส่วนเม็ดด้านในก็ทิ้งไป แต่ผลที่ได้คือ เอ่อ นี่เป็นส่วนที่อยู่ข้างในน่ะค่ะ เฉพาะข้างในที่ทานได้ เปลือกก็ทิ้งไป เพราะตูนึกคำศัพท์อะไรอื่นไม่ออกแล้ว ลูกค้าก็ทำหน้าเง็งๆ (แง้~ ขอโทษค่า T^T) ก็ไม่มีอะไร ลูกค้าก็ปล่อยให้เราไป(ด้วยความเวทนา)
ตอนหลังเราไปเก็บจานที่ทานเสร็จแล้วที่โต๊ะเดิม คุณลุงแกก็ชวนเราคุยอีกว่า ส้มตำเผ็ดนะเนี่ย ปกติถ้าจะให้กินง่ายๆน่าจะกินกับอะไร เราก็นึกถึงที่บ้านแฮะ ก็เลยบอกไปว่า ข้าวสวยไม่ก็ข้าวเหนียวน่ะค่ะ แกก็บอก เนี่ย คิดว่ากินกับผัดไทน่าจะกินง่ายนะ เราก็โอ้ ค่ะ งั้นจะรับเพิ่มมั้ยคะ? แกก็บอกว่า อ๋อ สั่งไปแล้วล่ะ อ้าว เหรอคะ อิๆ (มีแววว่าตูฟังคำถามตอนแรกเขาผิดนะเนี่ย =_=;;)
ลูกค้าที่เจอที่ร้านนี่มีหลายรูปแบบดีนะ หลายๆคนก็น่ารักมากเลย ช่วยขยับจานบนโต๊ะให้ตอนเราจะเสิร์ฟ บางคนก็ช่วยยกจานไปวางเสียเอง ยกจานมาให้เก็บเอง หรือขอบคุณตอนเราเอาไปเสิร์ฟอีกต่างหาก บางคนก็ขำแบบเวทนาหน่อยๆเวลาเราทำงานผิดพลาด แต่ก็ดีกว่าโกรธล่ะค่ะ T^T บางคนก็มาดไฮโซไม่เบาทีเดียว
วันนี้มีคุณผู้ชายคนหนึ่งมาที่ร้าน เห็นว่าเป็นคนรู้จักของเท็นโจว เราก็ไปทำงานงงๆมึนๆให้แกเห็นเนี่ยแหละ เท็นโจวเลยสอนงานให้เสียตรงนั้นเลย คุณผู้ชายคนนั้นเลยหันไปถามเท็นโจวว่านี่เพิ่งมาเริ่มทำงานกันเหรอ ทำนองนั้น พอแกทานอาหารเสร็จ แกก็เรียกเก็บเงิน เราก็งงๆเง็งๆอีกละ ระหว่างรอเท็นโจวคิดเงิน แกก็หันมาถามเรากับฝ้ายว่า งานยากเหรอ ฝ้ายก็เลยบอกว่า พอดีภาษาญี่ปุ่นยังไม่ดีมากก็เลย พอเรียบร้อย คุณผู้ชายคนนั้นก็ลุกจากโต๊ะแล้วหันมาบอกเรากับฝ้ายด้วยใบหน้ายิ้มๆว่า พยายามเข้านะครับ (จะบอกว่าเขาแอบหน้าตาดีด้วยแหละ อิๆ)
ว่าแต่ทักษะการฟังของเรานี่ยังแย่จริงๆ แค่ลูกค้าขอตะเกียบกับผ้าเช็ดมือเรายังต้องให้ลูกค้าบอกตั้งสองสามรอบ ฟังแล้วไม่แน่ใจว่ามันคืออิหยัง >_<
ราคาของอาหารที่ร้าน คนไทยมาเห็นคงจะหนาวยะเยือก ราคาเอาเรื่องเลยฮ่ะ เป๊าะเปี๊ยะสด 500 กว่าเยน ต้มยำกุ้งขนาดเท่าชามแบ่งเล็กๆนั่นล่ะ 500 กว่าเยน ขนมปังสังขยา มีขนมปังอยู่ 4-5 ชิ้น ถ้วยสังขยากะปุ๊ดหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ แต่ก็หลายร้อยเยน ถ้าเป็นพวกหอยจานพอประมาณ ก็ 1,000 เยนอัพ ใครอยู่เมืองไทย ก็กินเข้าไปเยอะๆนะ อาหารไทยน่ะ ที่นี่แพงงง แต่อาหารที่ร้านก็อร่อยจริงๆนะ คุณภาพดี จากที่ชิมอาหารเลี้ยงพนักงานมา หุๆ
ไม่รู้ทำไมวันนี้ถึงได้เครียดกว่าทำงานวันแรกก็ไม่รู้ ทั้งที่วันแรกออกจะผิดพลาดเยอะกว่านี้นะ อาจจะเพราะเราคาดหวังว่าตัวเองน่าจะทำงานได้ดีขึ้นกว่านี้แล้วมั้ง แต่บางอย่างที่ยังพลาดอยู่เลยเฟลตัวเองเวลาถูกติติง แถมยังปวดข้อเท้าด้วย ทั้งที่วันก่อนก็ปวดขานิดหน่อยเท่านั้น ขนาดวันนี้เปลี่ยนเป็นใส่รองเท้ากีฬาไปแล้วนะนี่ แต่ก็สู้ต่อไป เพื่อค่ากิน ค่าโทรศัพท์ เบี้ยประกันสุขภาพ ค่าของใช้ประจำวัน และค่าเอนเตอร์เทนเมนท์ตัวเองเล็กๆน้อยๆ!! >_< //
เลิกงาน กลัวต้องวิ่งกระหืดกระหอบไปขึ้นรถไฟแบบวันก่อน (เกือบหมอบกระแตแน่ะ วันนั้น เราไม่ถนัดการออกกำลังด้วยการวิ่ง TwT) วันนี้เลยเตรียมทัปเปิลแวร์มาห่อข้าวกลับบ้านเรียบร้อย ได้ออกจากร้านก่อเที่ยงคืนนิดหน่อย
ก่อนกลับเท็นโจวบอกให้เรากับฝ้ายซื้อตั๋วเดือน 1 ใบแล้วผลัดกันใช้ คาดว่าต่อไปเรากับฝ้ายคงได้ทำงานกันคนละวัน คนละเวลาแล้วล่ะ อารามแกคงอยากประหยัดค่ารถ เศร้าจัง ;_;
=+=+=
จะเห็นได้ว่าหมู่นี้ชักข้ามไม่เล่าเรื่องเรียนตอนเช้า เพราะไม่รู้จะเล่าอะไรดีเหมือนกัน มันก็เรียนไปเรื่อยๆอะ ไว้มีเรื่องหน้าแตกค่อยมาเล่าละกัน 555
ช่วงนี้ยุ่งๆ มีเรื่องให้ทำเยอะจนไม่ค่อยโฮมซิกมากแล้ว ไม่มีเวลาให้นั่งคิดฟุ้งซ่านนั่นเอง ฮ่ะๆๆ ^^;;
2006/Apr/28
โอ ท่าทางพี่จะเหนื่อยมากเลยนะคะ
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
เรื่องงานพิเศษก็สู้ๆเขานะคะ ทำไปสักพักก็คงชิน+ถนัดขึ้นเองแหละค่ะ
Ganbattekudasaine~~
รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
เรื่องงานพิเศษก็สู้ๆเขานะคะ ทำไปสักพักก็คงชิน+ถนัดขึ้นเองแหละค่ะ
Ganbattekudasaine~~
อ่านแล้วคิดถึงตอนผมไปอยู่อเมริกา
เปนโฮมซิกเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าใช่รึป่าวนะ
อยู่โน่นรู้สึกว่าตัวเองโรคจิตมากๆๆๆ พอกลับมาก็ค่อยๆน้อยลง สงสัยจะโฮมซิกจริงๆ เพราะระบายลงบลอกตรึม
เปนโฮมซิกเหมือนกัน แต่ไม่แน่ใจว่าใช่รึป่าวนะ
อยู่โน่นรู้สึกว่าตัวเองโรคจิตมากๆๆๆ พอกลับมาก็ค่อยๆน้อยลง สงสัยจะโฮมซิกจริงๆ เพราะระบายลงบลอกตรึม
งงครับ - - โฮมซิก คืออะไรหว่า ร้องไห้กระซิกๆ คิดถึงบ้านเหรอไงครับ - - เวทนาคนไม่รู้ด้วย
ทำงานหนักจังเลยอ่าครับ อย่ามัวแต่ทำไบต์เยอะนะครับ ผมเคยอ่านๆ ผ่านๆ เรื่องของคนอื่น ประมาณว่าทำไบต์รายได้ดี เลยหนีเรียนไปทำไบต์ซะงั้น แหะๆ ยังไงก้ออย่าหักโหมทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และเรื่องเอนเตอร์เทนตัวเองมากไปนครับ เอิ้กๆๆๆ
ทำงานหนักจังเลยอ่าครับ อย่ามัวแต่ทำไบต์เยอะนะครับ ผมเคยอ่านๆ ผ่านๆ เรื่องของคนอื่น ประมาณว่าทำไบต์รายได้ดี เลยหนีเรียนไปทำไบต์ซะงั้น แหะๆ ยังไงก้ออย่าหักโหมทั้งเรื่องเรียน เรื่องงาน และเรื่องเอนเตอร์เทนตัวเองมากไปนครับ เอิ้กๆๆๆ