วันนี้ไปเที่ยวงาน Death Note Only Event มา ชื่องานคือ 8 PLUS สนุกมากๆเลยให้ตายดิ้น
เปรี้ยวจัด ดุ่มไปย่านที่ไม่เคยไปคนเดียวอีกจนได้ มือหนึ่งถือแค่ใบปลิวหนึ่งแผ่นที่มีแผนที่ตึกจัดงานขนาดจิ๋ว อีกมือหนึ่งหิ้วกระเป๋าแม่บ้านพร้อมเตรียมถุงใบใหญ่ที่เคยได้มาจากร้านการ์ตูนไปอีก 2 ใบเผื่อๆไว้ เพราะไม่รู้ว่านอกจากรายการที่ลิสต์เอาไว้แล้วจะมีอีกกี่เล่มที่โผล่ขึ้นมาให้เซอร์ไพร์สโดยไม่ทันตั้งตัว บวกกับว่าไม่ได้มีรายการของเราคนเดียว มีที่ต้องฝากจกให้อ้อนด้วย เตรียมไปเผื่อๆไม่เสียหลาย
เวลาจัดงานคือ: 11.00 15.00 น. ออกจากบ้านประมาณ 10 โมงกว่าๆเพราะหอไกลปืนเที่ยงเล็กน้อย ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินอาซาคุสะบาฉิซึ่งเป็นสถานีใกล้ตึกจัดงานประมาณ 14 สถานีได้ แต่สุดท้ายใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็ถึง ไปถึงก็ควักแผนที่ออกมากางแล้วก็เดินดุ่มๆไปตามแผนที่
เอไหนบอกว่าตึกจัดงานอยู่ห่างจากสถานี 3 นาที ตรูเดินมา 10 นาทีก็ยังไม่เห็นวี่แววเลยนี่นา
เออยัยจอมหลงอย่างเราหลงอีกแล้วแน่ๆ =_=;;
ก็เลยโบกหน้าให้หนาเดินเข้าไปถามพนักงานในร้านสะดวกซื้อ(โดยไม่ได้ซื้ออะไรเลย)ที ถามพนักงานร้านขายนาฬิกาที สรุปว่าก็คลำทางไปในเส้นทางที่ถูกต้องเจอจนได้
เออตอนออกจากสถานีรถไฟใต้ดิน ยัยจอมหลงอย่างเราดันเดินไปทิศตรงกันข้ามกันเลย แล้วจะเจอม้ายยย~!? =[]=;;;
เอาเป็นว่าหลังจากเสียเวลาทำมาหากินไปกับการคลำเส้นทางอยู่เกือบ 20 นาที ก็ไปถึงตึกจัดงานราวๆ 11 โมง 10 นาทีจนได้ สายตาตวัดไปเห็นโรงแรม 
โอ๊ะฝั่งตรงข้ามก็มีศาลเจ้าที่อยู่ในแผนที่ ไม่ผิดแน่
โอ๊ะโอนั่นมันคนเข้าแถวรอเข้างานหรือนั่น? เยอะไม่เบาเลย ท่าทางจะหลายสิบคนได้ เห็นสตาฟฟ์ก็ยืนๆดูแลอยู่แถวนั้น ว่าแล้วจะช้าอยู่ไย เราก็รีบรุดเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในทิวแถวของสาวก Death Note น่ะสิ
รอบด้านมีแต่คนญี่ปุ่นเต็มไปหมด คนเข้ามากันกับเพื่อนทั้งนั้น แต่เราเหงาหงอยมาคนเดียว แต่เอาน่ะ สปิริตความรักเดธฯน่ะพกมาเต็มเปี่ยมไม่แพ้ใครอยู่แล้ว
พอมองไปรอบๆก็เริ่มสังเกตเห็นคนเขาถือแพมเฟล็ตกันอยู่ในมือ อ้าวเอาล่ะสิ เขาซื้อกันตรงไหนเนี่ย แล้วต้องจ่ายเงินค่าเข้างานตรงไหนล่ะนี่? พอมองไปทางแถวหน้าๆ ก็เห็นสตาฟฟ์กำลังขายแพมเฟล็ตให้กับแฟนๆที่มาเที่ยวงานอยู่ อ๊ะตรงนั้นเอง ว่าแล้วก็แว่บออกมาจากแถวแป๊บนึง เดินไปซื้อแพมเฟล็ตราคา 400 เยน ซึ่งน่าจะใช้แทนบัตรเข้างานนั่นเอง แล้วก็แว่บกลับไปเข้าแถวที่เดิม เหะๆ คนด้านหลังคงยังจำเราได้หรอกน่า~
แพมเฟล็ตน่ารักมากๆเลย >w<
และแล้วคนข้างหน้าเราก็ทำท่าจะออกจากแถวไปซื้อแพมเฟล็ตบ้าง เลยหันมาถามเราว่า รอหน่อยได้มั้ยคะ เราก็ตอบว่าได้ เขาเลยออกจากแถวไป แต่ปรากฏว่าเขาไม่กลับมาอีกเลย พิโธ่เอ๋ย เห็นมาคนเดียว กะจะหาแฟน DN เป็นเพื่อนเที่ยวงานด้วยกันซะหน่อย =w=;; (แหมพูดหยั่งกับว่าจะกล้าชวนเขาแน่ะ ภาษาญี่ปุ่นยังกระท่อนกระแท่นอยู่แท้ๆ 555)
เข้าไปเดินในงานแล้วก็ได้เรื่องเสียเงินเพียบนั่นแหละ ดีใจที่ได้รู้จักเซอร์เคิลเจ๋งๆที่ไม่เคยอ่านผลงานเขามาก่อนด้วย สุดยอดไปเลย คุ้มจริงๆงานนี้ แม้ว่าเงินจะสะพัดออกนอกกระเป๋าเรามากไปหน่อยก็เถอะนะ TwT
เดินซื้อของในงานถึงบ่ายโมงก็เผ่นแน่บกลับหอ เพราะมีงานพิเศษรอให้ทำอยู่ตอน 5 โมงเย็น =w=;;
=+=+=
ที่งานพิเศษวันนี้มีเรื่องขำๆ คือลูกค้าอยากเรียนภาษาไทยก็เลยชี้ไปที่เจ้าพวงเครื่องปรุงแล้วถามว่าภาษาไทยเรียกว่าอะไร ก็เลยตอบไปว่า เครื่องปรุงค่ะ เขาก็อืมๆแล้วหันไปถามกันเองว่า เอแล้วในภาษาญี่ปุ่นมันเรียกว่าอะไรนะ? เลยถามไปว่า
賞味量でしょうか。
Shoumiryou deshouka.
โชมิเรียวรึเปล่าคะ?
ลูกค้ารีบร้องตอบว่า ใช่ๆ เก่งๆ (ชมเป็นภาษาไทยเลยเนี่ยล่ะ)
ฮา~ ซะงั้นนะคุณลูกค้า! เลยบอกไปว่า รุ่นพี่สอนมาดีค่ะ ^o^
=+=+=
วันนี้มีพี่ผู้หญิงที่เคยทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ร้านเป็นเวลาหนึ่งปีมาอุดหนุนที่ร้านด้วย เป็นคนร่าเริงแอ็คทีฟสุดยอด มีการเป็นล่ามให้สาวญี่ปุ่นได้คุยกับพี่พ่อครัวอีกแน่ะ คุยจ้อกับเท็นโจวใหญ่เลย แหมทำตั้งปีหนึ่งเชียวนะคะพี่ อดทนหลายๆ หนูกำลังคิดเผ่นอยู่ เหอะๆ
=+=+=
วันนี้ได้ค่าจ้างทำงานพิเศษมาแล้ว (เกือบลืมขอจากเท็นโจวแน่ะ เดินกึ่งวิ่งลงจากร้านไปแล้วนึกได้ ต้องวิ่งกลับขึ้นไปบนร้านใหม่ โอ้ว~ ค่าจ้างก้อนแรก เยอะกว่าที่คิดแฮะ (เรื่องของเรื่อง เราคงนับชั่วโมงผิดเองด้วย นับน้อยกว่าที่คิด) แต่ก็ไม่ได้มากมายหรอกกับการใช้ชีวิตที่นี่ ตั้งใจว่าจะใช้เงินก้อนนี้กับเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าตังค์โดยไม่แตะเงินในแบงค์ไปจนกว่าจะได้เงินค่าจ้างก้อนใหม่ แต่จะทำได้แค่ไหนกันนะเพราะเดี๋ยวต้องจ่ายค่ามือถือ เบี้ยประกันสุขภาพ แล้วก็ Death Box อีกในเดือนนี้=_=;;
เหะ เหะ
(ยัยเพนน์โฆษณาให้ DN ทุกครั้งเมื่อมีโอกาส 555)
) ฝนกับเรานี่ก็สวนกันจริง ฝนกลับ เราก็มา ไม่ได้เจอหน้ากันเป็นชาติ ฮา ตอนนี้คิดถึงเค้กร้านบ้านหญิงมาเลยอ่ะ ไว้เรากลับไป หาวันเที่ยวกระจายกันเต็มๆวันซักวันเลยเนอะ