เมื่อวานเพิ่งพูดไปเรื่องคนเกาหลีแค้นญี่ปุ่นฝังลึกไปหยกๆใช่มั้ย
? จริงๆก็เคยได้ยินมาหลายกรณีเหมือนกัน แต่ไม่เคยประสบกับตัวเองจะๆเหมือนเมื่อวาน หรือจนกระทั่งวันนี้ในชั่วโมงเรียนนี่ก็เจออีกเหตุการณ์หนึ่งแล้ว
ตอนนั้นกำลังเรียนเนื้อหาของบทใหม่เกี่ยวกับเรื่อง การที่คนญี่ปุ่นกับคนเกาหลีรับคันจิจากจีนมาใช้แต่บางคำนี่เป็นคำเดียวกันแต่กลับมีความหมายต่างกัน ตัวอย่างก็คือ คำว่า 田 (Ta: นา) คันจิตัวนี้ในภาษาจีนจะหมายถึงทั้งนา(พื้นที่เพาะปลูกที่ปล่อยน้ำเข้าไปเจิ่งนอง เอาไว้ปลูกข้าว) และไร่ (พื้นที่เพาะปลูกที่ไม่ได้ปล่อยน้ำเข้าไป เอาไว้ปลูกธัญพืชหรือผัก) ในขณะที่คันจิตัวเดียวกันนี้ ความหมายตามภาษาญี่ปุ่น คือ นา ส่วนความหมายในภาษาเกาหลีคือ ไร่
ปรากฏว่าในหนังสือเรียนน่ะ เขาแทนเกาหลีว่า 朝鮮半島 (Chousenhantou: คาบสมุทรเกาหลี) แต่แล้วก็มีเพื่อนร่วมห้องชาวเกาหลีคนหนึ่งเขาก็ถามขึ้นมาว่า ทำไมถึงใช้คำว่า Chousenhantou ล่ะ เขารู้สึกไม่ดีเอามากๆเลย อาจารย์ก็อึ้งๆไปหน่อยแล้วก็ถามๆข้อมูล ถามด้วยว่า แล้วอย่างเวลาพูดว่า 韓国 (Kankoku) นี่หมายถึงเกาหลีใต้อย่างเดียวรึเปล่า? เจ้าตัวก็ตอบว่า ใช่ แล้วอาจารย์ก็คุยๆกับเขาต่อแต่เราไม่ค่อยเข้าใจว่าเขาคุยอะไรกัน แต่เดาๆเอาว่าไม่พอใจที่เอาเกาหลีใต้ไปรวมกับเกาหลีเหนือรึเปล่า?
โชคักซังหันมาเปรยกับเราว่า
国際問題
Kakusaimondai.
ปัญหาระหว่างประเทศ
เราก็ยิ้มๆแล้วเลยตอบไปว่า
他の国の視線から自分の国をどう見られてもしょうがないだろう。
Hoka no kuni no shizen kara jibun no kuni wo doumiraretemo shouganai darou.
ไม่ว่าประเทศเราจะถูกต่างชาติมองว่าเป็นยังไง มันก็เป็นเรื่องช่วยไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?
เราไม่ได้หมายความว่าไม่ควรจะแก้ไขความเข้าใจผิดถ้าเป็นเรื่องที่สมควรแก้หรอกนะ อย่างเช่น มีคนเข้าใจว่าในประเทศไทยขี้ช้างไปโรงเรียนกันหรือกรุงเทพเป็นเมืองเอาไว้ไปเที่ยวเซ็กซ์ทัวร์ แบบนั้นก็สมควรแก้อยู่หรอก แต่ในกรณีนี้มันเป็นเรื่องความละเอียดอ่อนของภาษา ในเมื่อเป็นภาษาที่คนญี่ปุ่นใช้กันในตำรา ฉุนอาจารย์ที่สอนไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาไม่ใช่เหรอ?
พอจบชั่วโมง อาจารย์คุเมดะเองก็ดูอึ้งๆไปเหมือนกัน แล้วแกก็หยิบดิคชันนารีมาเปิดดูเช็คอะไรบางอย่าง ด้วยความที่เรายังไม่ค่อยเข้าใจเหตุการณ์เมื่อครู่ เลยเดินไปถามอาจารย์ว่า ไม่ค่อยเข้าใจน่ะค่ะว่าทำไมเมื่อกี้เขาถึงรู้สึกไม่ดี อาจารย์ก็ตอบว่าอาจารย์ก็ไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกัน แล้วย้อนถามเราเหมือนกันว่าเราเข้าใจว่ายังไงบ้าง? เราก็เลยตอบไปอย่างที่คิดเอาไว้ตะกี้ แล้วอาจารย์ก็เหลียวไปเห็นฮารุกะกับเพื่อนร่วมห้องชาวเกาหลีคนหนึ่งคุยกันอยู่ก็เลยชี้ชวนให้เข้าไปร่วมวงคุยกับตรงโน้น
เพื่อนร่วมห้องชาวเกาหลีคนนี้ก็เล่าๆให้ฟัง ตามที่เข้าใจก็คือ สรุปว่ามันไม่ใช่เรื่องว่าเกาหลีใต้ถูกเหมารวมกับเกาหลีเหนือแล้วเลยไม่พอใจ เพราะยังไงก็เป็นประเทศเดียวกัน แต่ที่คนเกาหลีตะกี้ไม่พอใจก็เพราะคำนี้เป็นคำที่ญี่ปุ่นเคยเรียกเกาหลีมาเมื่อครั้งอดีต นัยว่าเป็นคำที่ใช้เรียกด้วยความรู้สึกไม่ดีและคนเกาหลีเองฟังแล้วก็รู้สึกไม่ดีเช่นกัน อาจารย์เลยถามว่าแล้วตัวเขาล่ะฟังแล้วรู้สึกยังไง เพื่อนร่วมห้องคนนี้ก็ตอบว่า เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีแต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่ดีขนาดนั้น แล้วเขาก็ปลอบอาจารย์ด้วยว่า อาจารย์อย่าคิดมากเลย น่ารักดี ภาพพจน์ภายนอกดูเป็นสาวเปรี้ยวนิดๆช่างแต่งตัวนะ แต่ก็อย่างที่ว่า ดูคนจากภายนอกไม่ได้ล่ะนะ ^w^ ชื่นชมอีกเรื่องตรงที่เขาพูดภาษาญี่ปุ่นได้คล่องมาก+ถูกไวยากรณ์เพียะๆเลย >w<
อาจารย์ก็เสริมว่า เนี่ย คำว่า Hantou นี่ญี่ปุ่นก็ใช้เรียกทุกคาบสมุทรนะ ตรงไหนเป็นคาบสมุทรก็เรียกว่า Hantou ทั้งนั้น ฮารุกะก็พูดเสริมขึ้นมาว่า จริงๆแล้วที่จีนก็ใช้คันจิตัวเดียวกันนี้แหละเรียกเกาหลี ไม่ได้มีความหมายไม่ดีอะไร อีกอย่าง นี่เราก็เรียนภาษาญี่ปุ่นกันอยู่ ควรจะเรียนเพื่อเข้าใจและเรียนรู้มากกว่าว่าญี่ปุ่นใช้คำพูดอะไร คำศัพท์แบบไหน เราไม่ได้นั่งเรียนภาษาเกาหลีกันอยู่เสียหน่อยนี่นา ซึ่งเราก็เห็นด้วยกับฮารุกะนะ มันเป็นภาษาที่ติดรากฝังลึกอยู่ในรากภาษาแล้ว แล้วมันก็เป็นเรื่องราวในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เราไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องขุ่นข้องหมองใจเคร่งเครียดขนาดนั้นเลยในกรณีนี้ แต่ก็ไม่รู้เพื่อนร่วมห้องคนนั้นแกอาจจะมีอดีตที่ทำให้ฝังใจมากๆขนาดนั้นก็เป็นได้
จะว่าไปเพื่อนร่วมห้องชาวเกาหลีเขาไม่ยกประเด็นนี้ขึ้นมา เราก็คงไม่ได้เรียนรู้เรื่องนี้สินะ นับว่าเป็นเรื่องโชคดีสำหรับเราสินะที่ได้เรียนรู้ แต่ตรูไม่มีฐานความรู้เรื่องพวกนี้เลย ประเทศไทยก็ไม่มีคันจิซะด้วย เลยไม่มีความเห็นที่เป็นประโยชน์อะไรซักอย่าง สูบความรู้เขามาอย่างเดียว แหะๆ
=+=+=
วันนี้คาบเรียนวิชาออกเสียงตอนบ่าย อาจารย์เอาบทพูดของตัวละครในดราม่าเรื่อง Top Casters ที่กำลังฉายอยู่ช่วงนี้มาให้ฝึกออกเสียงตาม (เหมือนวิชาพากย์อนิเมเลย) ขำๆดี
=+=+=
งื้อ~ ชักเซ็งกับเรื่องเวรทำความสะอาดจริง เมทบางคนเริ่มโดดร่มทำเวรอย่างต่อเนื่อง แต่เขาก็ไม่สบายล่ะนะ
=+=+=
วันนี้ได้ฤกษ์หยิบมะขามคลุกบ๊วยที่แม่ฝากมาให้ออกมากินแก้คิดถึง โอ๊ย~ อร่อยยยยยย ชอบมะขามคลุกบ๊วยที่ซู้ดดดด ไม่ได้กินมาตั้ง 3 เดือนแล้วนะนี่~ กินแล้วแทบจะร้องฮะเมี้ยวออกมา~ คราวหน้าต้องให้แม่ส่งมะม่วงหยีมาให้ด้วยให้ได้ ของโปรด~ >w<
=+=+=
หึรู้สึกดีกับเท็นโจวขึ้นมาหน่อย อุตส่าห์ฝากฝ้ายเอาเงินค่าทำงานพิเศษมาให้ นึกว่าจะต้องให้รอไปเอาวันอาทิตย์ซะแล้ว (เออ จะว่าไป แกคงไม่ได้เข้าร้านทันเจอกันเกือบหรือทั้งอาทิตย์เลยนั่นแหละมั้ง)