นัมปะเหตุการณ์ที่อิฉันผู้มิได้สะสวยแถมยังท้วม (คำสุภาพของคำว่า อ้วน) อีกต่างหากไม่เคยคาดฝันว่าจะเจอ และมันก็เป็นเหตุการณ์ที่คงไม่มีโอกาสได้เอามาลงบลอคนี้อีกเป็นครั้งที่สองเพราะมันคงไม่เกิดขึ้นอีกแล้ว ฮา
วันนี้ทำงานพิเศษอย่างเบลอๆเพราะกินข้าวเช้าน้อยไปแน่ๆ จริงๆงานก็แทบไม่มีอะไรพลาดล่ะนะวันนี้ Manager ไม่อยู่เลยซักคน มีแต่ซีเนียร์ เท็นโจว และพ่อครัว แล้วเป็นคนสบายๆกันทุกคน วันนี้เลยไม่เครียดๆ ฮา แค่ปัดฝาครอบจานพาสต้าตกไปที แต่พาสต้ายังปลอดภัยดีอยู่ ฮ่ะๆๆ
เออไม่เห็นยามาดะเท็นโจวมาสองสามอาทิตย์ ตอนแรกๆนึกว่าลาหยุดเลยไม่ได้ถามอะไร ปรากฎชักนาน วันนี้เลยลองถามโอมิยะซังดู เลยได้รู้ว่าแกย้ายสาขาไปแล้ว โธ่เอ๋ยเศร้านะเนี่ย เพราะแกเป็นคนรับเราเข้าทำงานแล้วเราก็ยังรู้สึกผูกพันกับแกมากที่สุดในร้านแล้วด้วย อุตส่าห์กำลังคิดว่าปีใหม่จะหาของขวัญปีใหม่ให้แกอยู่ สงสัยคงหาโอกาสเจอแกยากแล้วล่ะ คิดถึงนะคะ ยามาดะเท็นโจวT_T
หลังจากทำงานพิเศษ ก็เกิดรู้สึกเบื่อๆเซ็งๆขึ้นมาไงไม่รู้ ยังไม่อยากกลับบ้าน เลยไปเดินร่อนหาการ์ตูนอ่าน พอดีอยากอ่าน Himitsu หรือ Top Secret เล่ม 2 ของอาจารย์ชิมิซึ เรย์โกะ หาข้าวกินที่ Lotteria เดินเล่นหาการ์ตูนอ่าน จน 5 โมงกว่า ก็เดินไปจะขึ้นรถไฟกลับบ้าน
ปรากฏว่าระหว่างทาง เจอหนุ่มญี่ปุ่นผิวคล้ำๆตัวผอมๆคนหนึ่งทัก พูดอะไรฟังไม่ถนัด ได้ยินแต่คำว่า 付き合い (Tsukiai: คบหา) ก็งงๆ ตอบกลับไปว่า คะ? เขาก็อธิบายต่อ เนี่ย ผมอาจจะดูน่าสงสัยนะ แต่ไม่มีอะไรหรอก (สงสัยอิฉันจะทำหน้าตาไม่ไว้ใจเต็มแก่? ^^;;) แล้วก็ บลาๆๆๆ ประโยคหลังฟังไม่ค่อยถนัด จับความได้ประมาณว่าจะชวนไปที่เที่ยวที่ไหนซักที่เนี่ยล่ะมั้ง เราก็ยังคงยืนเอ๋ออยู่เพราะฟังได้ไม่ครบ ไม่รู้จะตอบกลับยังไง แล้วในที่สุดเขาก็เพิ่งรู้ตัว ถามเราเป็นภาษาอังกฤษว่า No Japanese? ก็เลยตอบว่า คะ ก็เออสิส่วนไหนของหน้าเดี๊ยนที่เหมือนคนญี่ปุ่นหว่า? ^^;; เขาก็เลย Sorry, sorry. แล้วก็ทำท่าจะเดินไป แต่ไม่วายเอามือมาตบหลังเราสามทีฟ่ะ (เฮ่ๆ!! = =;;) เอาเหอะ ช่างมัน คิดซะว่าขำๆ
ไปขึ้น JR กลับบ้าน ผ่านไปสถานีนึงก็ยังราบรื่นดีอยู่ พอดีผู้หญิงคนนึงที่ยืนพิงฉากด้านข้างของที่นั่งลงสถานีนั้นพอดี เราเลยไปยืนพิงตรงนั้นแทนแล้วควัก Himitsu ออกมาอ่าน อ่านๆไปก็ยิ้มไป ก็มากิซังน่ารักน่าเอ็นดูจะแย่นี่นา XD อ่านๆไปได้แป๊บนึง ก็ได้ยินเสียงคนพูดขึ้นว่า
漫画が好き?
Manga ga suki?
ชอบอ่านการ์ตูนเหรอ?
ห๊ะ? คือความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในหัว พอหันไปมองต้นเสียงก็เห็นผู้ชายต่างชาติ ผิวคล้ำ ตัวใหญ่พอประมาณ งงๆเอ๋อๆ ได้แต่ตอบไปว่า อ่าค่ะ แต่จู่ๆเขาก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนาไปซะดื้อๆว่า ไปกินข้าวที่ชิบุยะด้วยกันมั้ย? (เฮ่ยยย~ วันนี้มันวันอะไรของมันเนี่ย!? =[]=;;) เลยตอบไปว่า อ่าไม่เป็นไรค่ะ เขาก็บอกว่า น่าไปเถอะ ไม่นานหรอก เลยบอกว่า อ่าไม่ดีกว่าค่ะ ต้องกลับบ้าน มีงานต้องทำ เลยถามมาว่า ทำงานอะไรที่ญี่ปุ่นเหรอ? เราก็ เปล่าค่ะ เรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่ เขาก็ อ๋อ เหรออ้าว เป็นคนต่างชาติ ไม่ใช่คนญี่ปุ่นเหรอ? ตรงไหนของตรูเหมือนคนญี่ปุ่นเนี่ย? ชักสงสัยมากขึ้นทุกที =[]=;;
ก็คุยกันไปเรื่อยๆอ่ะ คือถ้าไม่ได้เห็นว่ามีพิษมีภัยอะไร เราก็ทำเฉยเมยไม่พูดกับเขาไม่ลงอ่ะ คุยไปคุยมาก็ได้รู้ว่าเขาเป็นคนอินเดีย ทำงานบริษัทและได้ใบพำนักถาวรที่ญี่ปุ่นแล้ว (จริงเปล่าไม่รู้ ได้ข่าวว่าใบพำนักถาวรที่ญี่ปุ่นได้ยากเสียยิ่งกว่าอะไรดี แถมต้องแต่งงานกับคนญี่ปุ่นถึงจะได้ด้วยไม่ใช่เหรอ?) เขาถามอะไรมา ถ้าเราเห็นว่าไม่ได้มีพิษมีภัยอะไร ก็ตอบตามตรงล่ะนะ มันเรื่องทั่วๆไปที่สาวมาไม่ถึงเรื่องส่วนตัวเราอยู่แล้ว เขาก็บอกว่า เออเนอะ เรามาเรียนจนเนียนไปกับคนญี่ปุ่นแล้ว แล้วก็บอกจริงๆเขาเคยมีเพื่อนคนไทยนะ แต่ตอนนี้หายไปกันหมดแล้ว รู้ภาษาไทยมาแค่คำว่า ไม่เป็นไร
คุยไปคุยมาเข้าเรื่องว่าจบมหาวิทยาลัยมาจากประเทศตัวเองกันรึเปล่า (ถามระดับการศึกษาซะงั้น ฮะๆๆ) ก็เลยวกเข้าเรื่องภาษาอังกฤษ พอรู้ว่าเราพอพูดได้ เขาเลยถามมาเป็นภาษาอังกฤษว่าเราเรียนอะไรมา ภาษาอังกฤษสำเนียงคนอินเดียฟังอยากหน่อยๆ แต่ก็จับความได้ล่ะนะ
จริงๆตอนยืนคุยกันนี่ ก็ยืนใกล้อยู่เหมือนกันเพราะที่บนรถไฟมันก็มีอยู่แค่นั้นอ่ะ เรายืนพิงฉากข้างที่นั่ง เขายืนจับเสาอยู่ ก็ระแวดระวังเล็กๆเหมือนกัน แต่เห็นท่าทางไม่มีอะไร คนญี่ปุ่นที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเราเขาก็เหมือนมองๆอยู่ด้วย พอถึงสถานีนึง เขาก็หันไปมองทางประตู แล้วก็บอก อ๋อ ยังไม่เป็นไร เราก็เฮ่ยย ไม่ใช่ว่าจะตามเราไปถึงสถานที่เราจะลงนะ!! แต่ปรากฏสถานีนั้นมันฮาราจุกุ ยังไม่ถึงชิบุยะที่เจ้าตัวเขาจะลง ก็เลยโล่งใจไป พอถึงสถานีชิบุยะ เขาก็หันมาถามเราว่า ยังไม่ลงเหรอ? (เหมือนจะหยั่งเชิงว่าเราจะเปลี่ยนใจมั้ย? เราก็บอก ยังค่ะ เขาก็เลยหันมา ยื่นมือมาขอจับมือด้วย เราก็เอาน่ะ ถือว่าเป็นมิตรภาพ แค่จับมือไม่คิดอะไรมากอยู่แล้ว ก็เลยเชคแฮนด์กับเขาไป เขาก็อวยพรว่า ขอให้โชคดีนะ เราก็ขอบคุณ+ขอโทษเขาไป แล้วเขาก็เดินออกจากรถไฟไป และคงยากที่เส้นทางจะมาบรรจบให้ได้เจอกันอีกล่ะนะ
จริงๆให้คบเป็นเพื่อนก็คบได้นะ ท่าทางเขาก็เป็นไนซ์ดีอยู่ แต่อย่างว่า มาอยู่ต่างบ้านต่างเมือง ก็ต้องระวังตัวเยอะๆ ถึงแม้ว่าเขาจะเข้ามาแบบเพื่อน ไม่ได้มานัมปะก็ตาม การจะไว้ใจใครซักคนที่ได้รู้จักกันบนรถไฟมันก็ทำยากอยู่ดีแหละนะ มาอยู่ที่นี่ชวนให้อดระแวดระวังอะไรหลายๆอย่างไม่ได้โดยเฉพาะคนต่างชาติในญี่ปุ่นเพราะคนทำงานผิดกฎหมายที่นี่ก็เยอะ ไม่ได้ดูถูกเขาหรืออะไร แต่บางทีก็กลัวว่าจะมีเรื่องอะไรรึเปล่าถ้าเราเข้าไปพัวพันด้วย ถ้าบางทีมีคุณป้าชาวญี่ปุ่นทักๆคุยๆบ้าง หรือคนในอพาร์ทเมนต์เดียวกันทักบ้างน่ะ ไม่มีปัญหาหรอก จริงๆอยากคบค้าด้วยด้วยซ้ำไป
เอวังเท่านั้นล่ะค่ะ ไม่รู้วันนี้มันต่างจากทุกวันตรงไหน แค่ใส่ชุดดูผู้หญิงๆขึ้นมานิดนึงเท่านั้นเอง XD;;?
สรุปว่าคงทราบกันแล้วใช่มั้ยคะว่า นัมปะ คืออะไร? (ทำอย่างกับสอนภาษาญี่ปุ่นจากกรณีตัวอย่างยังไงยังงั้น 555)
軟派
Nampa
จีบสาว
2006/Sep/23
โอ้ ท่าทางข่าวลือที่ว่าพี่เพนนี่ลดหุ่นไปได้เยอะ น่ารักขึ้นเยอะสงสัยจะจริง อยากเห็นจังเลย~~
นานๆทีโดนนัมปะบ้างก็ดีนะคะ หุๆ เสริมสร้างความมั่นใจในฐานะสาว(วาย?)ว่าอย่างน้อยน้อยถึงเป็นสาว(วาย?)ก็มีคนมาเหล่ หุๆ แซวนิดแซวหน่อยอย่าถือสา คนไม่มีใครมาจีบก็งี้แหละ
แต่คนเชื้อสายจีนก็โดนทักเป็นญี่บ่อยนะ เราก็เคยโดน เหอะๆ
นานๆทีโดนนัมปะบ้างก็ดีนะคะ หุๆ เสริมสร้างความมั่นใจในฐานะสาว(วาย?)ว่าอย่างน้อยน้อยถึงเป็นสาว(วาย?)ก็มีคนมาเหล่ หุๆ แซวนิดแซวหน่อยอย่าถือสา คนไม่มีใครมาจีบก็งี้แหละ
แต่คนเชื้อสายจีนก็โดนทักเป็นญี่บ่อยนะ เราก็เคยโดน เหอะๆ
ฮ่ะๆๆ เข้าใจอามรณ์ภาษาอังกฤษคนอินเดียเลย เค้าพูโล้วจะกระดกลิ้น มีเพื่อนเป็นคนอินเดีย แบบว่า เอ่อ.. pardon.. pardon.. เหอะๆๆ กว่าจะเข้าใจ แต่ว่าถ้าพูดถึงเรื่องแกรมม่า เจออามรณ์พม่าเข้าไปถึงกับช๊อค อะไรมันจะสตริกขนาดนั้น *เศร้าใจ*
ฮ่ะๆๆ อยู่ญี่ปุ่นนานเลยกลายเป็นคนญี่ปุ่นซะแล้ว อู้วววเย้~! พรุ่งนี้ก็ขอให้เป็นวันที่ดีอีกวันนึงนะค่ะ
ฮ่ะๆๆ อยู่ญี่ปุ่นนานเลยกลายเป็นคนญี่ปุ่นซะแล้ว อู้วววเย้~! พรุ่งนี้ก็ขอให้เป็นวันที่ดีอีกวันนึงนะค่ะ
โอ้... ก่อนเดินออกจากบ้านคุณเพนน์รู้สึกว่ารอบๆ ตัว "เป็นประกาย" (สีชมพู ปิ๊ง~ปิ๊ง~) อย่างผิดสังเกตรึเปล่าคะ?
น้องอ้อ: ใครกันช่างเอาข่าวลวงไปบอกน้องอ้อคะ? ยังคงเป็นคนเดิมกับที่เจอกันครั้งสุดท้ายแหละค่า 555 จะว่าไปก็ไม่ได้เจอกันนานแล้วน้อ ไว้ได้กลับไปเมื่อไหร่ มานัดเจอกันนะคะ (จำได้ว่ายังไม่ได้เอาเมม PS2 เกม Itadaki Street ไปให้ก็อปเลยเนาะ ขออำภัย
แหม~ ปล่อยหนุ่มๆเขาไปตามยถากรรมเถอะค่ะ ชาวการ์ตูนและสาวตัวอักษรภาษาอังกฤษรองสุดท้ายอย่างพวกเราอยู่ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้วค่ะ (เพราะมีหนุ่ม 2D หล่อๆ น่ารักๆ เท่ๆ ให้เหล่เต็มไปหมด
)
คุณ Bluefake: อ๊ะ คนพม่าเขาแข็งไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเหรอคะ? เพิ่งรู้เพราะไม่เคยรู้จักคนพม่า แต่ถ้าดูตามประวัติศาสตร์ก็ไม่แปลกล่ะเนาะ
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ
คุณเฟิร์น: 55555 ไม่รู้สึกถึงประกายวิ้งวับซักกะนิดค่ะ แถมวันนั้นแดดก็ไม่ค่อยออก ครึ้มฟ้าครึ้มฝนเล็กๆ เอ...คิดไปคิดมา เหตุอาจจะเกิดเพราะตอนเรากลับบ้านฟ้ามันก็เริ่ม "มืด" แล้วด้วยน่ะค่ะ มันเลยไป "บดบังทัศนวิสัย" ตามปกติของเขาน่ะค่ะ
แหม~ ปล่อยหนุ่มๆเขาไปตามยถากรรมเถอะค่ะ ชาวการ์ตูนและสาวตัวอักษรภาษาอังกฤษรองสุดท้ายอย่างพวกเราอยู่ได้ด้วยตัวเองอยู่แล้วค่ะ (เพราะมีหนุ่ม 2D หล่อๆ น่ารักๆ เท่ๆ ให้เหล่เต็มไปหมด
)
คุณ Bluefake: อ๊ะ คนพม่าเขาแข็งไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเหรอคะ? เพิ่งรู้เพราะไม่เคยรู้จักคนพม่า แต่ถ้าดูตามประวัติศาสตร์ก็ไม่แปลกล่ะเนาะ
ขอบคุณสำหรับคำอวยพรค่ะ
คุณเฟิร์น: 55555 ไม่รู้สึกถึงประกายวิ้งวับซักกะนิดค่ะ แถมวันนั้นแดดก็ไม่ค่อยออก ครึ้มฟ้าครึ้มฝนเล็กๆ เอ...คิดไปคิดมา เหตุอาจจะเกิดเพราะตอนเรากลับบ้านฟ้ามันก็เริ่ม "มืด" แล้วด้วยน่ะค่ะ มันเลยไป "บดบังทัศนวิสัย" ตามปกติของเขาน่ะค่ะ
เอาละเหวย....คุณเพนน์เสน่ห์แรงเชียว หรือว่า...คุณจะกลายเป็นรายแรกที่ทิ้งคานทองทีมไปกันแน่...อ๊า....อย่าเพิ่งทิ้งกันง่ายๆสิ 555
เหอๆๆ แต่คุณยังนิยม 2D มากกว่าอยู่เหมือนเดิมละใช่มะ
เหอๆๆ แต่คุณยังนิยม 2D มากกว่าอยู่เหมือนเดิมละใช่มะ
อ่านแล้วเขินแทนอ่ะ อิอิ